ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (The Pursuit of Happyness)

สรุป

พนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการขายที่มีปัญหาจำต้องดูแลลูกชายของเขาในระหว่างที่เขาพร้อมที่จะเริ่มอาชีพงานการที่เปลี่ยนชีวิต

ผลิตจากความเป็นจริงเกี่ยวกับชายชื่อ Christopher Gardner การ์ดเนอร์ได้ลงทุนเป็นอย่างมากในเครื่องใช้ไม้สอยที่เรียกว่า “สแกนเนอร์ความหนาแน่นของกระดูก” เขารู้สึกเสมือนได้ขายเครื่องไม้เครื่องมือกลุ่มนี้ แต่พวกเขามิได้ขายดิบขายดีเพราะมีคุณภาพดีมากกว่าการเอ็กซเรย์น้อยในราคาที่สูงกว่ามากมาย ตอนที่การ์ดเนอร์ดำเนินงานเพื่อเจอกันเมียของเขาก็ทิ้งเขาไปรวมทั้งเขาก็สูญเสียอพาร์ตเมนต์ การ์ดเนอร์บังคับให้จำเป็นต้องดำเนินชีวิตตามถนนกับลูกชายของเขาการ์ดเนอร์ยังคงขายสแกนเนอร์ความหนาแน่นของกระดูกขณะที่เข้ารับการฝึกการทำงานแบบมิได้รับค่าแรงในฐานะผู้แทนขายหลักทรัพย์พร้อมซึ่งได้โอกาสเพียงแค่เล็กๆน้อยๆสำหรับเพื่อการก้าวไปสู่ตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือน ก่อนที่จะเขาจะได้รับเงินเขาจำเป็นจะต้องสร้างความสะดุดตาให้กับคู่ต่อสู้ผ่านการฝึกฝน 6 เดือนและก็ขายเครื่องมือของเขาเพื่อลอยอยู่ได้หนังชนโรง

1981 ซานฟรานซิสโก ในชีวิตที่ได้โอกาสด้านวิชาการที่ จำกัด คริสการ์ดเนอร์ชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นคนฉลาดหลักแหลม เขากำลังดิ้นรนด้านการเงินในชีวิตของเขา เขาลงทุนเงินทั้งผองไปกับสแกนเนอร์ความหนาแน่นของกระดูกแบบนำพาซึ่งเขาขายให้กับหมอเป็นการส่วนตัว แม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีมากยิ่งกว่าเครื่องเอ็กซเรย์ แต่ว่าก็แพงแพงกว่ามากมายซึ่งแปลว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่หรูหราโดยไม่จำเป็นสำหรับหมอจำนวนมาก เขาจำต้องขายสแกนเนอร์สามเครื่องต่อเดือนเพื่อพอเพียงกับสิ่งที่มีความต้องการรากฐานสำหรับเพื่อการชุบเลี้ยงครอบครัวของเขาลินดาเมียของเขารวมทั้งคริสโตเฟอร์ลูกชายวัยห้าขวบของพวกเขาซึ่งเขาพูดว่าเขาไม่รู้เรื่องว่าบิดาของตนขณะที่เขาเป็นผู้ใดกันแน่ เด็ก. แต่ว่าเมื่อเร็วๆนี้มียอดจำหน่ายมากยิ่งกว่าที่เขาขายได้สามครั้งต่อเดือน ทำให้ลินดาขื่นขมมากขึ้นอย่างสม่ำเสมอจำเป็นจะต้องดำเนินงานกะสองครั้งดำเนินงานด้วยตัวเองที่ร้านซักอบรีดซึ่งยังไม่พอที่จะครอบคลุมค่าครองชีพฐานรากพวกนั้นพวกเขาอยู่ในค่าใช้จ่ายในการเช่าสามเดือน คริสไม่อาจจะจ่ายค่าบัตรสำหรับจอดรถได้ซึ่งก็ถือได้ว่าเขาจะต้องขึ้นรถเมล์ไปทุกแห่งปัจจุบันนี้เนื่องจากว่าที่ยึดยางรถยนต์ของเขายังคงอยู่ คริสรู้สึกดุจว่าสแกนเนอร์ไม่ใช่คำตอบสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางการคลังของพวกเขาคริสไม่ว่าจะมีหรือเปล่ามีพรของลินดาตกลงใจที่จะใช้ช่องทางโดยการเปลี่ยนอาชีพเมื่อเขามีความคิดเห็นว่าดีนวิทเทอร์คนกลางหลักทรัพย์รวมทั้ง บริษัท หลักทรัพย์มีโปรแกรมฝึกหัดงานหกเดือนซึ่งสารภาพเพียงแค่ยี่สิบคน ผู้สมัครซึ่งก่อให้เกิดการฝึกการทำงานเพียงผู้เดียวที่ได้รับการว่าว่าจ้างเมื่อหมดวิธีการ ไม่ใช่ตราบจนกระทั่งเขาจะหมกมุ่นอยู่กับกรรมวิธีการที่เขาทำความเข้าใจว่าการฝึกการทำงานนั้นไม่เสียค่าใช้จ่าย คริสขึ้นกับชัตซ์ขว้างห์เป็นส่วนมากเมื่อเทียบกับอัตราต่อรองได้รับหนึ่งในยี่สิบตำแหน่ง ด้วยความเคลื่อนไหวบางสิ่งบางอย่างในชีวิตของพวกเขานำมาซึ่งการทำให้มีค่าใช้จ่ายลดน้อยลง Chris มีความคิดว่าเขาจึงควรขายสแกนเนอร์ที่เหลืออีกหกเครื่องเพื่อสแกนด้านในหกเดือนนั้น แม้กระนั้นปัญหาที่ไม่คาดคิดบางสิ่งเกิดขึ้นซึ่งทำให้การ์ดเนอร์สบางครั้งก็อาจจะไม่ผ่านระยะนี้ของชีวิตด้านการเงินสิ่งที่เขาจำเป็นต้องแอบซ่อนจากหัวหน้าของเขาที่ Dean Witter ถ้าเขาได้โอกาสทำผ่านการฝึกฝนการทำงานแล้วก็ได้รับเงินนั้น ร่วมงานกับพวกเขา

 

เรื่องย่อ

ในปี 1981 ในซานฟรานซิสโกคริสการ์ดเนอร์ ( วิลล์สมิ ธ ) พนักงานที่ทำหน้าที่ขายผู้ฉลาดหลักแหลมและก็ครอบครัวได้ลงทุนในสแกนเนอร์ความหนาแน่นของกระดูกของ Osteo National ซึ่งเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ราคาแพงแพงกว่าเครื่องเอ็กซเรย์ถึงสองเท่า แม้กระนั้นมีภาพที่กระจ่างกว่าน้อย ช้างเผือกตัวนี้ทำให้ครอบครัวแตกสามัคคีก่อให้เกิดปัญหาให้กับความเกี่ยวเนื่องของเขากับลินดา ( ธันดีนิวตัน ) เมียของเขาที่ทิ้งเขาไปรวมทั้งย้ายไปนิวยอร์กซึ่งคุณได้ปฏิบัติงานในร้านขายพิซซ่า คริสโตเฟอร์ลูกชายของพวกเขา (จาเดนสมิ ธ ) อยู่กับคริสเนื่องจากเขาแล้วก็เมียต่างทราบดีว่าเขาจะสามารถดูแลเขาเจริญขึ้นดูหนังออนไลน์918hdtv

 

ขาดเงินหรือเมีย แม้กระนั้นขมักเขม้นที่จะให้ลูกชายของเขา Chris เห็นช่องทางที่จะต่อสู้เพื่อตำแหน่งฝึกฝนการทำงานผู้แทนขายหลักทรัพย์ที่ Dean Witter โดยเสนออาชีพที่มีลักษณะท่าทางเพิ่มมากขึ้นเมื่อหมดช่วงเวลาการฝึกอบรมที่มิได้รับค่าตอบแทนหกเดือน ตอนนั้นคริสจำต้องพบเจอกับความลำบากเยอะมากทั้งยังในด้านส่วนตัวและก็ด้านอาชีพ เมื่อเขารู้สึกว่าตนเอง “มั่นคง” เขาพบว่าเขาสูญเสียเงินไป 600 ดอลลาร์เมื่อรัฐบาลนำเงินท้ายที่สุดในบัญชีธนาคารไปคิดภาษี เขาแปลงเป็นคนไร้ที่พักพิงเนื่องจากว่าไม่สามารถที่จะจ่ายค่าเช่าได้ จนกระทั่งจุดหนึ่งเขาถูกบังคับให้อยู่ข้างในห้องน้ำที่สถานีรถไฟและก็จะต้องดิ้นรนจากที่ดำเนินงานแต่ละวันไปยังโบสถ์ Glide Memorial United Methodist Church ซึ่งให้บ้านพักอิงแก่คนร่อนเร่ เขาจำต้องออกจากงาน แต่เช้าทุกวี่วันเพื่อเขาไปตรงนั้นก่อน 05.00 น. พร้อมทั้งลูกชายเพื่อที่เขาจะได้มีที่ซุกหัวนอน มองเห็นเขาถือกระเป๋าสำหรับเดินทางไปดำเนินงานเนื่องจากว่าไม่มีบ้าน ในสถานที่ทำงานมีผู้สมัครอีกสิบเก้าตำแหน่งสำหรับตำแหน่งเดียว

 

วันหนึ่งเขาถูกเรียกเข้าไปในที่ทำการรวมทั้งเป็นหัวหน้าของ Dean Witter คริสมีความรู้สึกว่าเขากำลังจะถูกกล่าวว่างานจะไม่ใช่เขาอย่างที่กล่าวว่าเขาใส่เสื้อเชิ้ตรวมทั้งผูกเนคไทสำหรับวันสุดท้ายของเขา แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็บอกเขาว่าเขาเป็นเด็กฝึกที่สุดยอดและก็วันพรุ่งเขาควรต้องใส่เสื้อเชิ้ตแล้วก็ผูกเนคไทอีกรอบเนื่องจากจะเป็นวันแรกของการเป็นคนกลาง คริสดิ้นรนกลั้นน้ำตา ภายนอกเขาเริ่มร้องไห้เวลาที่ผู้คนคึกคกในซานฟรานซิสโกเดินผ่านเขาไป เขารีบวิ่งไปที่สถานที่รับเลี้ยงเด็กของลูกชายกอดเขาไว้แล้วก็ทราบดีว่าภายหลังที่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่เขาแล้วก็ลูกชายผ่านมาจำเป็นที่จะต้องเป็นระเบียบเรียบร้อยหนัง2020

 

ฉากท้ายที่สุดชี้ให้เห็นคริสเดินกับลูกชายไปตามถนนหนทาง ลูกชายของเขากำลังเล่าขำขันให้เขาฟังเมื่อนักธุรกิจผู้มั่งคั่งในชุดสูทเดินผ่านมา คริสมองดูย้อนกลับไปในขณะชายคนนั้นเดินต่อไป ชายในชุดสูทไม่ใช่คนใดอื่นเว้นเสียแต่คริสการ์ดเนอร์ตัวจริง